เรื่องการระเบิดของไอน้ำระหว่างขั้นตอนการติดกาว
ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    อุตสาหกรรมนี้เป็นงานประเภทติดกาวโดยมีขั้นตอนคือมีการเคลือบซีเมนต์ยาง (เป็นสารผสมระหว่างผ้ายางและน้ำมัน) บนผ้าฝ้ายและผ้าใยสังเคราะห์โดยใช้เครื่องจักร จากนั้นอบให้แห้งโดยใช้เครื่องอบ
    ในกระบวนการติดกาวนั้น ซีเมนต์ยางจะถูกเคลือบบนผ้าโดยใช้เกรียงและเกลี่ยให้ทั่วบนลูกกลิ้งของเครื่องเคลือบกาวและทำให้น้ำมันที่ผสมอยู่ในซีเมนต์ยางระเหยและแห้งไปในท่อทรงกระบอก ซึ่งติดอยู่ที่เครื่องเคลือบกาว
    อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากไอระเหยไวไฟของน้ำมันสะสมอยู่ใกล้กับท่อทรงกระบอก และลุกติดไฟจากประกายไฟ เนื่องจากประจุไฟฟ้าสถิตย์ที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างผ้ากับลูกกลิ้ง

ประเภทของงาน:  โรงงานอุตสาหกรรมเคมี
- ผู้บาดเจ็บ/ผลกระทบ
ผู้เสียชีวิต:  1 ราย
ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ:  ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย




สิ่งที่ได้เรียนรู้/บทเรียนที่สำคัญ
- ข้อเท็จจริง/สาเหตุที่ควรทราบจากเหตุการณ์
1. ไอของสารไวไฟสะสมอยู่บริเวณการทำงาน และไม่มีระบบระบายอากาศเฉพาะที่เพื่อระบายไอสารออกไปภายนอก ถึงแม้ว่าจะมีพัดลมระบายอากาศแบบทั่วไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการระบายไอสารเคมีออกจากบริเวณการทำงาน จึงทำให้เกิดการสะสมไอสารไวไฟ
2. ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสการก่อให้เกิดประจุไฟฟ้าสถิตย์เนื่องจากการเสียดสีระหว่างผ้ากับลูกกลิ้งของเครื่องเคลือบกาว แต่ก็ไม่มีมาตรการกำจัดประจุไฟฟ้าสถิต
3. การเกิดระเบิดหรือไฟไหม้ของสารไวไฟเนื่องจากปัจจัย 2 ประการ คือ มีไอสารไวไฟ มีความเข้มข้นอยู่ในช่วงระเบิดได้ และ มีแหล่งติดไฟ
แนวทางในการป้องกันและการนำไปประยุกต์ใช้/ข้อเสนอแนะ
1. ถ้าพบว่ามีอันตรายที่อาจก่อให้เกิดการระเบิดหรือไฟไหม้ จะต้องระบายอากาศเฉพาะที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสะสมของสารไวไฟได้ง่าย ควรมีมาตรการการป้องกันการสะสมไอสารไวไฟ และควรจะมีการระบายอากาศแบบทั่วไปของทั้งโรงงานด้วย ควรมีระบบสัญญาณเตือนภัยอัตโนมัติ และเครื่องมือสำหรับวัดค่าความเข้มข้นของสารไวไฟติดตั้งไว้ตลอดเวลาในบริเวณการทำงาน
2. ควรมีมาตรการป้องกันประจุไฟฟ้าสถิต อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดควรเป็นชนิดที่ป้องกันการระเบิดได้
3. พนักงานควรทราบถึงอันตรายของสาร โดยจัดให้มีการฝึกอบรมขณะรับพนักงานเข้าใหม่และขณะเปลี่ยนงาน นอกจากนี้ต้องสวมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ขณะปฏิบัติงาน


ข้อมูลนี้สำหรับเพื่อการเรียนรู้เท่านั้น



Copyright © 2009 Petroleum Institute of Thailand